AV คลิปโป๊หาดูยาก เพียง99 บาทตลอดชีพ

ทำไม AV ญี่ปุ่นรายได้ถึงระดับแสนล้านต่อปี

เคยสงสัยกันไหมครับว่าทั้ง ๆ ที่ หนัง AV ญี่ปุ่น” (JAV) ที่เราดูกันเนี่ย กฎหมายบ้านเขาบังคับให้ต้อง ถมเซนเซอร์โมเสกแถมนักแสดงก็พูดภาษาญี่ปุ่นที่เราฟังออกแค่ไม่กี่คำ (แต่เข้าใจฟีลลิ่ง) ทำไมมันถึงยังสามารถทำเงินถล่มทลาย กลายเป็นอุตสาหกรรมยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่าสะพัดระดับ แสนล้านบาทต่อปีแถมยังส่งออกวัฒนธรรมความสยิวนี้ไปยึดครองหัวใจคนทั้งโลกได้?

วันนี้เรามาแกะรอยเบื้องหลังความสำเร็จแบบเจาะลึก แต่คุยกันสบาย ๆ สไตล์เพื่อนสนิทสัปดน เอ้ย! เพื่อนสนิทสายธุรกิจกันครับ ยอมรับมาซะดี ๆ ว่า 4 เหตุผลนี้คือเรื่องจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยล่ะ!

1. พล็อตเรื่องหนังAVล้ำลึก ยิ่งกว่าบทหนังออสการ์!

พล็อตเรื่องหนัง AVแปลก

ถ้าเป็นหนังผู้ใหญ่ฝั่งตะวันตก (ฝั่งยุโรปหรืออเมริกา) ส่วนใหญ่เปิดมาเขาก็ เข้าด้ายเข้าเข็มกันเลยใช่ไหมครับ เน้นความดุดัน สมจริง แต่พี่ญี่ปุ่นเขาไม่ทำแบบนั้นครับ!

เสน่ห์ของ JAV คือการ สร้างเรื่องราว (Scenario)” วงการนี้เขามีคนเขียนบทจริงจังมากนะเออ! เขาเข้าใจจิตวิทยาและจินตนาการ (Fantasy) ของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นพล็อตยอดฮิตอย่าง คุณครูกับนักเรียน, แฟนเพื่อนแวะมาหา, ติดอยู่ในรถไฟเบียด ๆ, หรือแนวไซไฟย้อนเวลาหยุดเวลา ค่ายหนังญี่ปุ่นเขาสามารถเนรมิตขึ้นมาได้หมด

💡ประเด็นคือ:พล็อตเรื่องเหล่านี้มันช่วยบิ้วต์อารมณ์ร่วม(Empathy)ให้คนดูรู้สึกอินและตื่นเต้นไปกับเรื่องราว ไม่ใช่แค่ดูการทำกิจกรรมทางกายภาพอย่างเดียว

2. ระบบ “AV Idol” ปั้นดาราสาวให้เป็นสมบัติของชาติ

นี่คือไม้เด็ดที่ไม่มีชาติไหนในโลกทำได้เหมือนญี่ปุ่นครับ ค่ายหนัง JAV ไม่ได้มองนักแสดงเป็นแค่ คนเล่นหนังโป๊แต่มองพวกเขาเป็น ไอดอล (Idol)” ที่ต้องมีเอกลักษณ์ มีสตอรี่ และมีฐานแฟนคลับ

avidol

ดาราระดับท็อป ๆ ของวงการ (เช่น มิยาบิ, โซระ อาโออิ ในอดีต หรือตัวท็อป ๆ ในยุคนี้) จะได้รับการดูแลไม่ต่างจากดาราในกระแสหลัก มีการทำการตลาดอย่างเป็นระบบ:

      • มีงานแฟนมีตติ้ง (Fan Meeting) ให้แฟน ๆ ไปเจอตัวจริง
      • av fan meeting

      • มีสินค้า Official ออกมาขาย (เสื้อยืด, โปสเตอร์, อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ)
      • สินค้าจากดาราAV

      • มีการโปรโมตผ่านโซเชียลมีเดียอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

    ทำให้แฟนคลับไม่ได้ซื้อแค่หนังเพื่อระบายความใคร่ แต่ยอมจ่ายเงินเพราะ ความรักและความรักในตัวศิลปินอยากสนับสนุนผลงานของไอดอลที่ตัวเองชอบ นั่นทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล

    3. แตกไลน์ Content ถี่ยิบ: ตอบโจทย์ ทุกรสนิยมบนโลกใบนี้

    อุตสาหกรรม AV ญี่ปุ่นมีค่ายหนังเยอะมาก ตั้งแต่ค่ายยักษ์ใหญ่ทุนหนา ยันค่ายอินดี้เล็ก ๆ และจุดเด่นของพวกเขาคือ การแบ่งเซกเมนต์ตลาด (Market Segmentation) ที่ละเอียดขั้นสุด

    ไม่ว่าคุณจะชอบสเปกแบบไหน รสนิยมแปลกประหลาดขนาดไหน พี่ญี่ปุ่นมีค่ายหนังคอยเสิร์ฟให้ตรงจุดเป๊ะ ๆ ตั้งแต่แนวน่ารักใส ๆ สไตล์วัยรุ่นav แนวใสใสไสตล์วัยรุ่น

    แนวสาวออฟฟิศ,

    av แนวสาวออฟฟิศ

    แนวคุณแม่ยังสาว (MILF),av แนวคุณแม่ยังสาว

    ไปจนถึงแนวคอสเพลย์การ์ตูนอนิเมะav แนวคอสเพลย์

    หรือแนวซาดิสม์ฮาร์ดคอร์av แนวซาดิสม์

    ข้อมูลระบุว่าญี่ปุ่นผลิตคอนเทนต์ใหม่ออกสู่ตลาดเฉลี่ยมากกว่า 3,000 – 4,000 เรื่องต่อเดือน! เรียกว่าดูทั้งชีวิตก็ไม่มีวันหมด ตอบโจทย์คนทุกกลุ่มได้ครบถ้วน

    4. โมเดลธุรกิจAVที่ปรับตัวไว ยึดครองโลกดิจิทัล

    ในอดีต ญี่ปุ่นรวยจากการขายม้วนเทปและแผ่น DVD ครับ (ยุคที่คนต้องเดินเข้าร้านสะดวกซื้อไปหยิบแผ่นแล้วทำเนียนซื้อขนมบังหน้า) แต่พออินเทอร์เน็ตเข้ามาดิสรัปต์ พี่ญี่ปุ่นก็ปรับตัวเร็วมาก

    ปัจจุบัน โมเดลธุรกิจของ JAV แตกแขนงไปไกลมากเพื่อรีดรายได้จากทุกช่องทาง:

        • ระบบ Streaming & Subscription: จ่ายรายเดือนดูได้ไม่อั้น ผ่านแพลตฟอร์มถูกกฎหมาย
        • av streaming

        • Fan Club / Patreon: ระบบที่แฟน ๆ ยอมจ่ายเงินตรงให้ดาราเพื่อดูคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟเบื้องหลัง

        • การขายสิทธิ์ไปต่างประเทศ: ตลาดเอเชีย (รวมถึงบ้านเรา) เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สร้างรายได้มหาศาลจากการขายลิขสิทธิ์สตรีมมิ่งออนไลน์

      สรุป: มันไม่ใช่แค่เรื่องใต้สะดือ แต่มันคือ “Professional”

      สุดท้ายนี้ สิ่งที่ทำให้อุตสาหกรรม AV ญี่ปุ่นยืนหนึ่งระดับแสนล้านได้ คือคำว่า ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)” ครับ ทุกกระบวนการตั้งแต่การคัดเลือกนักแสดง, การตรวจโรคอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัย, การเซ็ตแสง สี เสียง, การตัดต่อ, ไปจนถึงการตลาด ทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบอุตสาหกรรมที่จริงจัง ไม่ต่างจากวงการอนิเมะหรือวงการรถยนต์ของบ้านเขาเลย

      ดังนั้น เม็ดเงินแสนล้านบาทต่อปี จึงไม่ได้มาเพราะความลามกอย่างเดียว แต่มันมาจากการเข้าใจอินไซต์ (Insight) ของมนุษย์ และการทำธุรกิจที่เฉียบคมนั่นเองครับ!

      ว่าแต่อ่านจบแล้ว มีใครอยากไปค้นหาพล็อตเรื่องล้ำ ๆ ดูเพื่อศึกษา กลยุทธ์การตลาดต่อไหมครับ? (ฮ่า ๆ)