เชื่อว่านี่น่าจะเป็นหนึ่งใน “คำถามระดับโลก” ที่ชายไทย (และคนทั่วโลก) สงสัยกันมานานแสนนานครับ… ในเมื่อมันเป็นหนังผู้ใหญ่ที่ทำมาเพื่อความบันเทิงเฉพาะกลุ่ม แล้วทำไมวงการ AV ญี่ปุ่นเขาต้องใจร้าย “เซ็นเซอร์” ถมดำ ปล่อยหมอก หรือใส่พิกเซลโมเสก (Mosaic)

ตรงจุดสำคัญให้เราขัดใจเล่นด้วย?
ทำไมไม่ปล่อยโล่ง ๆ แบบฝั่งยุโรปหรืออเมริกาไปเลยล่ะ? วันนี้เรามาล้อมวงคุยกันแบบเป็นกันเอง เจาะลึกเหตุผลที่แท้จริงที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนครับ!
1. คำตอบสั้น ๆ: “เพราะกฎหมายล้วน ๆ”
เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับรสนิยมความชอบส่วนตัวของผู้ผลิต หรือความอายของนักแสดงเลยครับ แต่เหตุผลข้อใหญ่ใจความมีอยู่อย่างเดียวคือ “ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 175 ของประเทศญี่ปุ่น“
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา175 (Article 175 of the Penal Code of Japan)
ระบุไว้ใจความว่า:
ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่าย จัดแสดง หรือแพร่กระจาย“
สื่อลามกอนาจาร“
ต่อสาธารณชน หากฝ่าฝืนมีโทษทั้งจำทั้งปรับ!
อ้าว? แล้วในเมื่อกฎหมายห้ามสื่อลามก แล้วทำไมธุรกิจ AV ญี่ปุ่นถึงยังขายดิบขายดีทำเงินมหาศาลได้ล่ะ? ตรงนี้แหละคือจุดกำเนิดของ “วิชาศรีธนญชัยฉบับญี่ปุ่น” ครับ
2. พิกเซลเปลี่ยนโลก: เส้นแบ่งระหว่าง “ศิลปะ” กับ “อนาจาร”
ความล้ำของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ กฎหมายญี่ปุ่นฉบับนี้ดัน ไม่ได้จำกัดความคำว่า “สื่อลามกอนาจาร“

เอาไว้ชัดเจน 100% ว่าแค่ไหนเรียกว่าลามก
ศาลญี่ปุ่นในอดีตจึงตีความไว้ว่า สิ่งที่เรียกว่าอนาจารคือการโชว์ “อวัยวะเพศแบบเปิดเผยตรง ๆ” หรือฉากร่วมเพศที่เห็นชัดเจนเกินไปจนกระตุ้นอารมณ์ทางเพศแบบควบคุมไม่ได้
ค่ายหนัง AV หัวใสในยุค 1980 เลยปิ๊งไอเดียว่า:
“
งั้นถ้าเราเอาแถบดำ หรือเอาพิกเซลเหลี่ยม ๆ(
โมเสก)
ไปบดบังตรงจุดสำคัญไว้ล่ะ?
ในเมื่อมองไม่เห็นจุดสำคัญอย่างลามกอนาจารแล้ว มันก็ถือเป็น‘
สื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่‘
ที่ถูกกฎหมายสิ!”
กลายเป็นว่า เจ้าพิกเซลเซ็นเซอร์นี่แหละที่เป็น “โล่เกราะกำบัง” ช่วยให้อุตสาหกรรม AV ญี่ปุ่นสามารถผลิตเนื้อหาออกมาขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยไม่ต้องกลัวตำรวจมาจับนั่นเอง
3. ใครเป็นคนตรวจเซ็นเซอร์?
ในวงการ AV ญี่ปุ่น เขาไม่ได้ทำโมเสกกันลอย ๆ ตามใจชอบนะครับ แต่เขามีองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเนื้อหาโดยเฉพาะ (คล้าย ๆ กองเซ็นเซอร์ภาพยนตร์บ้านเรา) องค์กรที่คุ้นหูที่สุดคือ EOCS (Organization of Commercial Software Enforcement)

และองค์กรอื่น ๆ
ค่ายหนังทุกค่ายต้องส่งแผ่นหรือไฟล์ไปให้องค์กรเหล่านี้ตรวจเช็กก่อนวางขาย ถ้าพิกเซลบางเกินไป เห็นเค้าโครงชัดเกินไป หรือเซ็นเซอร์ไม่หนาพอ หนังเรื่องนั้นจะไม่ได้รับอนุมัติให้วางขายเด็ดขาด ค่ายหนังจึงต้องเซ็นเซอร์กันแบบรัดกุมสุด ๆ
4. แล้วทำไมไม่แก้กฎหมายล่ะ?
หลายคนอาจจะคิดว่า ในเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไปจนถึงปี 2026 แล้ว ทำไมญี่ปุ่นไม่ยกเลิกกฎหมายเก่าแก่นี้ไปซะเลย?
เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าสังคมญี่ปุ่นยังมีกลุ่มอนุรักษนิยมอยู่มาก และอีกเหตุผลที่แปลกแต่จริงก็คือ “คนในวงการ AV เองก็ไม่ได้อยากให้ยกเลิกเซ็นเซอร์ขนาดนั้น“
- สร้างความปลอดภัยให้นักแสดง: การมีโมเสกช่วยเซ็นเซอร์ช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของนักแสดงในชีวิตจริงได้ระดับหนึ่ง
- เป็นจุดขายและเสน่ห์เฉพาะตัว: คนญี่ปุ่น (รวมถึงแฟนนานาชาติ) จำนวนไม่น้อย มองว่าความเบลอ ความโมเสก มันช่วยกระตุ้นจินตนาการ (Imagination) ได้ดีกว่าการเห็นแบบโจ่งแจ้งตรง ๆ เสียอีก!
5. แอบกระซิบ: แล้วพวก “หนังไร้เซ็นเซอร์” (Uncensored) มาจากไหน?
ถ้าเราไปเจอหนัง AV ญี่ปุ่นแบบไม่มีเซ็นเซอร์ (หลุดพิกเซล) ตามอินเทอร์เน็ต ให้รู้ไว้เลยครับว่าส่วนใหญ่เกิดจาก 2 กรณีนี้:
- ค่ายนอกกฎหมาย/ค่ายใต้ดิน: แอบถ่ายแล้วนำไปอัปโหลดขายผ่านเซิร์ฟเวอร์ในต่างประเทศ (เช่น อเมริกา) เพื่อเลี่ยงกฎหมายญี่ปุ่น
- ฟิล์มหลุด/แฮกข้อมูล: เป็นไฟล์ดิบก่อนเซ็นเซอร์ (Master Copy) ของค่ายถูกกฎหมายที่เกิดหลุดรอดออกมาในโลกออนไลน์นั่นเอง
สรุปส่งท้าย:
พิกเซลโมเสกที่เราบ่นขัดใจกันทุกวันนี้ แท้จริงแล้วมันคือ“
ทางรอดและลมหายใจ“
ที่ทำให้อุตสาหกรรมAV
ญี่ปุ่นยังคงเติบโตและสร้างสรรค์ผลงานแปลก ๆ ใหม่ ๆ มาให้เราได้ชมกันจนถึงปัจจุบัน ถ้าไม่มีเจ้าเซ็นเซอร์ตัวนี้ วงการAV
ญี่ปุ่นอาจจะล่มสลายไปนานแล้วก็ได้ครับ!
